โทร: 02-042-6324 \ 02-042-6342

BOTOX ยี่ห้อไหนดี และต่างกันยังไง อยากรู้ท่ีนี่มีคําตอบ

โดย: นายแพทย์สิทธิพงศ์ ฬาพานิช (หมอเตี๋ยว หมอกวยเตี๋ยว )

ก่อนอื่นขอบอกในฐานะแพทย์นะครับ ผมเองไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทยาเพราะไม่ได้ขายยาโบท็อกซ์ชนิดใด ๆ เลย แต่ผมผ่านการใช้โบท็อกซ์มาแทบจะทุกยี่ห้อแล้ว ทั้งโบท็อกซ์ของ อเมริกา อังกฤษ เกาหลี จีน (ฮ่องกง) ญี่ปุ่น  ฯลฯ ทั้ง Botox ,  Botox-Cosmetics , Dysport , Myobloc  , Neuronox , Neurobloc , CS – Bot  etc โบทอกเเบบผง ต่างกับ โบทอก เเบบสูญญากาศ ยังไง

ปัจจุบัน โบท็อกซ์ ที่ผ่านการรับรองให้ใช้ได้ โดยแพทย์ ในประเทศไทยคือ Dysport และ Botox ซึ่งเป็นของอังกฤษและอเมริกาตามลำดับครับ  ส่วนของเกาหลีที่ชื่อ Neuronox นั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนช่วงดำเนินการการขอขึ้นทะเบียนยาจาก องค์การอาหารและยา (อ.ย.) และก็น่าจะผ่านได้โดยไม่ยากครับ


Q : ทำไมโบทอกซ์แต่ละที่ราคาไม่เท่ากัน บางที่เหมาขวดราคาแค่ 7500-10000 บาท เป็นของอเมริกา 100 ยูนิท ?

A : มันเป็นคำถามที่หาคำตอบได้ง่ายมากครับ เอาง่ายๆครับ โบทอกซ์ที่คลินิคผมนี่ใช้ปีนึงเกิน 600 ขวดทั้งของอังกฤษเเละ อเมริกาครับ เรียกได้ว่าใช้มากกว่า คลินิคที่มีสาขา มากกว่า 40 สาขาใช้รวมกันซะอีกครับ สามารถตรวจสอบผ่าน บริษัทนำเข้าถูกกฏหมายได้ครับ

ผมจะบอกว่า อย่างของอเมริกานี่ สั่งที 100 ขวด มาส่งทีละ30 ขวด ลองดูราคาที่รับมานะครับ อย่างของอมเริกา 30 ขวดที่มาส่งแต่ละครั้งตก 352,500 บาท ตกขวดละ11,750 บาท นั่นแปลว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะฉีดโบทอกซ์ในราคานั้นของอเมริกาครับ


Q : BOTULINUM TOXIN ของประเทศ A. ดีที่สุด จริงหรือ?

A : มีความเชื่อหนึ่งที่มักจะปลูกฝังในหัวของประเทศผู้บริโภคโลกที่สาม คือ ของประเทศ A.ดีที่สุด ประเทศ A.เท่านั้นที่ได้ผล ..(เอ่อ ขอโทษครับ พวกคอมฯ มือถือที่คุณๆใช้ ชิปและประกอบในจีนและไต้หวันทั้งนั้นล่ะครับ) ….ง่ายๆ ….ผมว่าเรามาลองนึกกันดูนะครับ สมัยปี 2553 ที่รัฐบาลไทย ทำซีแอลยา (สิทธิของรัฐเหนือสิทธิบัตรยา (ซีแอล)  ) ไทยดำเนินภายใต้กรอบ WTO ตอนนั้นประเทศ A.เองเรียกได้ว่าโดนตบหน้าฉาดใหญ่+โดนต่อว่ามากมาย ถึงการเอาเปรียบในเรื่องราคา ซึ่งจากปัญหาลิขสิทธ์ยาของประเทศ A.ที่ทำให้ยามีราคาสูงมากๆ  เมื่อเปรียบเทียบกับกับยาของอินเดีย หรือของประเทศอื่นๆ 

มีการอ้างคำพูดว่ายาของประเทศ A.ดีกว่าประเทศอื่นๆอย่างนั้นอย่างนี้ พอทางบริษัทอินเดีย บางบริษัทเอารายงานยาของตนมาเทียบ ผลคือ “แทบไม่มีความแตกต่างกันเลยในผลการรักษา แถมบางตัวยังละลายดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ราคาถูกกว่า “สี่เท่า” นั่นหมายถึงอะไรครับ

หมายถึงว่าเรากำลังถูกนำข้อมูลชวนเชื่อใส่หัวทั้งจากทางปาก ทางเน็ต หรือเล่าๆต่อกันมาว่าของประเทศนั้นสิดีกว่า ต้องยี่ห้อนี้ของประเทศนี้สิดีกว่า ในส่วนตัวผมใช้พาราเซตตามอลของ SARA ที่เป็นของไทย ผมเองก็ไม่เห็นว่ามันจะต่างอะไรกับบางยี่ห้อของประเทศ A.เลย อ้อ ต่างกันอย่างครับ ประเทศ A.แพงกว่า..แค่นั้นเอง

ดังนั้นก็ต้องไปเทียบผลการรักษาระหว่างยี่ห้อต่างๆ สิ ปรากฏว่ายังไม่เคยมีใครทำมาอย่างจริงๆจังๆสักราย มีแต่ของแต่ละยี่ห้อที่ทำกันเองมาเปรียบเทียบเป็นเอกสารเวลาประชุมวิชาการหรือให้เซลล์มาขายยา ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็บอกเลยว่า “ของยี่ห้อผมดีกว่า ยี่ห้อนั้น อย่างนั้นอย่างนี้ บลาๆๆๆๆ มากมาย”  แต่ไร้ซึ่งข้อพิสูจน์ระยะยาว เทียบยูนิทต่อยูนิท คนต่อคนเลย แล้วอย่างนี้จะเทียบได้อย่างไรว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด ​

ร่ายมายาว คำตอบคือ ตอบไม่ได้หรอกครับว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด เพราะแต่ละยี่ห้อมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่เท่าที่เคยใช้ (ความเห็นส่วนตัว) มาผมชอบ CS-BOT ในด้านผลของการฉีดการเก็บรักษา ,ชอบ BOTOX ในส่วนของประสิทธิภาพในการรักษา และชอบ DYSPORT ในเรื่องของเทคนิคใหม่ของของการฉีดที่ค่อนข้างจำกัดใช้ได้ดีเฉพาะบางยีห้อครับ(รายละเอียดอยู่ด้านล่าง)

….สรุปก็คือ ยี่ห้อไหนก็ได้ อยู่ที่ว่าคุณถนัดและมีเทคนิคในการฉีดแบบใหม่ๆหรือไม่ก็แค่นั้นครับ จงอย่ายึดติดกับยี่ห้อให้มากนัก อาจารย์ผมบางท่าน คลินิกของท่านไม่มีเลเซอร์สักเครื่อง แต่ท่านก็สามารถทำการรักษาฝ้าได้ผลดีมากๆ โดยใช่แค่ยาทากับยาทาน รวมถึงการใช้ Chemical Peeling เท่านั้น


Q : โบท็อกซ์ หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซินซ์ คืออะไร (ขออนุญาต ใช้คำว่า โบท็อกซ์ เหมือนคำว่า มาม่า แทนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป)

A : เคยมีคนบอกผมว่าโบท็อกซ์ยี่ห้อนั้นดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ พอถามว่าเคยฉีดยี่ห้อไหนบ้างล่ะถึงรู้ว่ายี่ห้อนั้นดี ไม่ดี   …คำตอบมีหลากหลายครับ ส่วนใหญ่ ก็แค่ฟังๆเขามา บางคนไม่เคยฉีด บางคนถามว่าโบท็อกซ์คืออะไรยังไม่รู้เลยครับ  ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโบท็อกซ์กันก่อนดีกว่าครับ

โบท็อกซ์ นี่เป็นชื่อของยี่ห้อ เหมือนเวลาเราไปซื้อมาม่าที่ห้าง แต่หยิบไวไวมา เราก็เรียกว่ามาม่า ไม่มีใครเรียก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสักคน ดังนั้นถ้าจะให้ถูกต้อง เราต้องเรียก โบท็อกซ์ว่า โบทูลินุ่ม นิวโรท็อกซิน หรือ  Botulinum neurotoxin ผมจะใช้ตัวย่อว่า Botulinum BoNT นะครับ


Q : Botulinum neurotoxin (BoNT) คืออะไร มีหน้าที่อะไร

A : Botulinum มาจากคำว่า Botulism ซึ่งก็มาจากภาษาลาตินจากคำว่า Botulus แปลว่า ไส้กรอก Neurotoxin ก็คือพิษต่อระบบประสาท คำรวมๆคือมาจาก สารพิษจากไส้กรอกที่มีผลต่อระบบประสาท  จากการค้นพบในช่วงปี 1897 โดย เอมิลแวน เอเมอเวงเจน คาบเกี่ยวกับบันทึกของ จัสตินัส เคอร์เนอร์ นักบันทึกการแพทย์ชาวเยอรมันที่บันทึกถึงพิษจากไส้กรอกที่เสีย ซึ่งเอมิลแวน ได้พิสูจน์ว่ามันคือพิษตัวเดียวกันที่สร้างมาจากแบคทีเรียกลุ่ม เชื้อ gram positive anaerobic bacteria  (เชื้อแบคทีเรียกลุ่มแกรมบวก) ที่ชื่อ Clostridium botulinum

ต่อมามีการสกัดสารนี้และพบว่าหน้าที่ของมันคือการยับยั้งการสื่อสารของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ แล้วมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาใช้งานในด้านต่างๆ ไม่เว้นแต่ทางทหาร ซึ่งเคยมีรายงานการนำเอาพิษของ BoNT มาใช้ในสงครามโลกครั้งที่สอง และมีการทดลองทางทหาร จัดเป็นอาวุธเคมีชีวะภาพชนิดหนึ่ง

ในด้านการแพทย์จากการที่พบว่า BoNT สามารถยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทอย่างเฉพาะเจาะจงที่บริเวณ neuromuscular junction (NMJ หรือรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ) ทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้รับการกระตุ้นจากระบบประสาท กล้ามเนื้อจึงทำงานได้น้อยลงหรือทำงานไม่ได้เลยชั่วคราว รวมถึงทำให้ตาพร่า และปากแห้ง ตามระยะเวลาการทำงานของ BoNT

ในช่วงปี 1970-80 อลัน สก็อตต์ นำสารสกัดบริสุทธิ์ของ BoNT มาใช้ทดลองรักษาโรคทางตา ที่ชื่อว่า strabismus และ Blepharospasm โดยอาศัยหลักการการทำให้กล้ามเนื้อเฉพาะจุดทำงานน้อยลงและลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

ต่อมามีการจัดจำแนกสารพิษนี้เป็น เจ็ดแบบคือ A-G โดยที่ A B และ E เป็นตัวหลักที่ทำเกิดพิษในมนุษย์ ส่วน C กับ D เป็นตัวหลักที่ก่อพิษในสัตว์

ในช่วงรอยต่อปี 1980-1990 โบท็อกซ์ได้ถูกพัฒนามาใช้ลดริ้วรอยเฉพาะตำแหน่งและมีการจดทะเบียนยาผ่าน FDA ของอเมริกาโดยบริษัท Allergan (จดในการนำมาใช้รักษา strabismus และ Blepharospasm)

ต่อมาจึงนำมาพัฒนารักษาด้านความสวยงามอย่างมากมายจนในปัจจุบัน โดยหลักการคือการทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและมีการลดการทำงานลงนำมาซึ่งการลดริ้วรอยในส่วนต่างๆของใบหน้าเช่น รอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นที่หน้าผาก รอบปาก ใต้ตา ระหว่างตา รอยย่นที่คอ หรือแม้แต่ยกคิ้ว ลดเหงื่อหรือลดกลิ่นที่มือ เท้า และรักแร้ รวมไปถึงลดขนาดกล้ามเนื้อใหญ่ๆ เช่น  ลดขนาดกราม ลดขนาดน่องที่โต (ที่คนญี่ปุ่นชอบเรียกว่า น่องหัวใช้เท้า radish like-leg)


Q : เมโสเทราปี หรือ Mesotheraphy เมโสไขมัน หรือ ฉีดเมโสละลายไขมัน หรือพวก เซลลูเฟส(celluphase) คือ อะไร ละลายไขมันได้จริงหรือ?

A : ไม่จริงครับ ถ้าคุณมาดูที่กล่องของขวดเมโสชนิต่างๆหรือจะ เซลลูเฟส  Meso , celluphase ที่ใช้ในการฉีด ที่อ้างกันว่า เป็นยาที่ฉีดเพื่อละลายไขมัน ฉีดปลูกผม ฉีดลดรูขุมขน ฯลฯ ในส่วนการลดไขมันที่ส่วนต่างๆของร่างกาย ที่เรียกกันว่า เมโสแฟท นั้น “ไม่ผ่าน อย ในการฉีด เพราะจดทะเบียนในรูปยาทา” ทั้งประโยชน์ ในการใช้และผลข้างเคียงที่อาจเกิด

เพราะ เมโส ฯ ทั้งหลายเนี่ยไม่ว่าจะ ใช้กับ ผม รูขุมขน ลดไขมัน นั้น ใช้วิธีจดทะเบียน ยาในรูปเครื่องสำอางค์ เป็น ” ยาทา ” ไม่ใช่ สำหรับฉีด เลยครับ ….. นั่นหมายความว่าอย่างไร

ง่ายๆครับ เป็นวิธีซิกเเซกที่นำยาทาที่สถานบริการหลายเเห่งมาใช้ฉีด (เหมือนการร้อยไหมที่จดทะเบียน ในรูปไว้ใช้เย็บแผล แต่เอามาร้อยหน้ากันนั่นล่ะครับ  อ่านเรื่องร้อยไหม ได้ที่ อันตรายร้อยไหม…. คิดก่อนทำ…. อ่านที่นี่ก่อนดีไหมครับ) เพราะยาหลายๆตัว ถ้าจดทะเบียนในรูปยาทา มันผ่าน อย ง่ายๆๆๆ – ง่ายมาก แต่ถ้าจดทะเบียนในรูปยาฉีดล่ะก็ ไม่ผ่าน  อย แน่นอน ครับ

มันเป็นวิธีที่สมัยนี้นิยมกันเหลือเกิน 

แค่นี้ก็คงบอกเจตนาได้นะครับ ว่า การ “ฉีดเมโสแฟด เป็นเรื่องจริงหรือหลอกลวงครับ รวมถึงผลข้างเคียง อันตรายในอนาคต” จริงอยู่บางที่อาจผสม เสตรียรอยด์ ( Triamcinolone acetonide ) ที่มีหน้าที่ละลายไขมันที่เราใช้ฉีดสิว มันก็ทำลายไขมันได้ เเต่ผลข้างเคียง ตัวใครตัวมันครับ 

​ลองดูนี่ก็ได้ครับ ผลของการฉีดเมโสเเฟด หรือเมโสละลายไขมัน ที่ไม่ได้จดทะเบียนยาในรูปของยาฉีด เป็นยังไง

เครดิต : http://pantip.com/topic/32578784 ลองอ่านกันเอาเองครับผม


Q : เทคนิคใหม่ของโบท็อกซ์กับ DR. Young Seob Lee สวยทันใจเห็นผลเลย ณ ขณะที่ฉีด?

A : ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โบท็อกซ์(ผมใช้คำว่าโบท็อกซ์แทน BoNT เลยล่ะกัน) แนวใหม่โดยศัลยแพทย์ชาวเกาหลี ชื่อ Young Seob Lee ได้เปลี่ยนคอนเซปเก่าๆของโบท็อกซ์ที่จำกัดเฉพาะการลดหรือหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อ มาเป็นการใช้ทฤษฎีแรงเหวี่ยง-การชดเชยการทำงาน และการกระตุ้นคอลลาเจนแทน (ผมไม่ขออธิบายกลไกนะครับ ) ทำให้โบท็อกซ์รุ่นใหม่ๆกับทฤษฎีใหม่ๆนำมาใช้ ลดขนาดหน้าที่อ้วนจากไขมัน ลดขนาดแขนที่อ้วน ยกหน้าอกให้ตั้ง ลดขนาดน่องโดยการไม่ลดขนาดกล้ามเนื้อแต่อาศัยการดึงและการบิดตัวแทน

หลังจากที่ผมได้เห็นด็อกเตอร์ยัง สาธิต ผมและหมอหลายๆท่านเองที่เข้าร่วมอบรมพร้อมใจกันยืนขึ้นปรบมือหลังจากที่หมอยังสาธิต เพราะโบท็อกซ์ทฤษฎีเก่าๆที่ใช้ลดขนาดน่องนั้นกว่าน่องจะเล็กก็ใช้เวลากว่าเดือนถึงสองเดือน แต่ของด็อกเตอร์ยัง เห็นเลยในขณะที่ฉีด แค่ไม่ถึงสิบห้านาที

เพราะก่อนที่จะเข้าอบรมผมเองยังมีความคลางแคลงใจกับคำว่าเห็นผลเลย เพราะโบท็อกซ์ที่เราเคยร่ำเรียนและทำมาอย่างกรามหรือน่องกว่าจะเห็นผมก็ปาเข้าไปเดือนหรือสองเดือนแล้ว แต่พอได้ยินมาว่าของด็อกเตอร์ยังเห็นผลเลย คำแรกที่นึกในใจเลยคือ “เกินเลยไปรึเปล่า” แต่พอมาเห็นกับตาก็เข้าใจครับ ว่านี่คือ การเปลี่ยนเทคนิควิธีฉีดโบท็อกซ์แบบเดิมให้เป็นยุคหินไปเลย เพราะสามารถเห็นผลเลยในวันที่ฉีดและขณะที่ฉีดครับ

แต่ข้อจำกัดของโบท็อกซ์ของดอกเตอร์ยังคือใช้ได้ดีกับ โบท็อกซ์ที่โมเลกุลเล็กๆเท่านั้น อย่างของ Neuronox และ Dysport เท่านั้น เพราะ โมเลกุลของยี่ห้ออื่นจะมีลักษณะโมเลกุลใหญ่กว่าและ ดอกเตอร์ยังก็ใช้เฉพาะของ Dysport ของอังกฤษครับ (รวมถึงอาจารย์วิไล ที่เป็นแพทย์โบท็อกซ์มือหนึ่งของเมืองไทยก็แนะนำ Dysport เช่นกัน)

​ในความเห็นส่วนตัวโบท็อกซ์ ทฤษฎีใหม่นี้ โดย Neuronox , dysport มีตำแหน่งการฉีดที่ต่างกับการฉีดโบท็อกซ์แบบเดิมๆค่อนข้างมาก แต่สามารถเป็นคำตอบในการรักษาทั้งลดริ้วรอย ปรับเปลี่ยนรูปหน้าได้ดีกว่าแบบเดิมๆอย่างมากมาย  โดยเฉพาะคนที่หน้าเต็มไปด้วยไขมันมากกว่าขนาดกล้ามเนื้อใหญ่ครับ  แต่ถ้าคนที่มีกล้ามเนื้อใหญ่มากๆ Botox เองก็เป็นคำตอบที่ดีเช่นกันครับ


Q : BoNT ชนิด B ที่นำมาใช้มากในตอนนี้คืออะไร ต่างกับชนิด A อย่างไร?

A : BoNT ชนิดเอ นิยมใช้มากที่สุดเพราะเป็นชนิดแรกที่ออกมาจำหน่าย และได้รับความนิยม เพราะมีความแรงมากกว่า แต่ถ้ามีการละลายเมื่อนำมาใช้จะมีอายุการเก็บสั้นกว่าชนิดบี แต่ชนิดบีนั้นเหมาะสำหรับคนที่ฉีโบท็อกซ์บ่อยๆและร่างการสร้างภูมิต้านทานต่อชนิดเอ โดยความแรงของชนิดบี <Neurobloc ,Myobloc > นั้นต่ำมาก จึงต้องใช้ปริมาณการฉีดที่สูงกว่าเอ เยอะ(แรงน้อยกว่าถึง 50 เท่า แต่เก็บได้นานกว่าชนิดเอมาก)

มีรายงาน ค่าความแรงของโบท็อกซ์ชนิดต่างๆดังนี้
BOTOX มีความแรงต่อหน่วยนาโนกรัมที่ 20
Dyport มีความแรงต่อหน่วยนาโนกรัมที่ 40
CS-Bot มีความแรงต่อหน่วยนาโนกรัมที่ 15.2

*แต่ผลการรักษาในกรณี ฉีดกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้การฉีดแบบทฤษฎีใหม่นั้น Botox ยังให้ผลการรักษาที่ดีกว่า Dysport แม้ว่าความแรงของ Dysport จะสูงกว่าก็ตาม

โบท็อกซ์ชนิดเอ ถ้าผสมแล้วใช้ได้ดีแค่ประมาณสองสัปดาห์ แต่ชนิดบี ถ้าผสมแล้วอาจใช้ได้ถึงสองปีเลยทีเดียว


Q : ความเชื่อเกี่ยวกับ BoNT

A : เคยมีคนมาบอกว่า ถ้าต้องการลดกรามให้ฉีดโบท็อกซ์ ห่างกันสักหกเดือน สามครั้ง แล้วกล้ามเนื้อจะตายและเล็กลงถาวร…….ผมฟังครั้งแรกนี่ฮากลิ้งเลย ถ้ากล้ามเนื้อตายก็เน่าสิครับ เป็นไปไม่ได้เลยกับความเชื่อเช่นนี้

ฉีดโบท็อกซ์แล้วมีปัญหาแข็งเกินไป มีคนแนะนำให้ไปฉีดยาสลายออก….อันนี้ก็ฮาครับ เพราะผมเข้าไปหายาตัวนี้ใน Pharmmed ยังไม่เคยมีในโลกเลยครับ ไอ้เจ้ายาสลายนี่มีเฉพาะในกรณีการฉีด filler แล้วไม่ชอบต้องการสลาย เราจะใช้ Hyarulonidase สลายครับ BoNt ไม่มีครับ หรือในกรณีที่หนังตากตกเราใช้ยาหยอดตาเฉยๆครับ ไม่ได้สลายฤทธิ์ BoNT เลย


Q : หลังฉีดโบทอกซ์ ทำไม ห้ามนอนราบ นอนหงาย 6 ชั่วโมง กี่ชั่วโมง ห้ามทานเหล้า จริงหรือ?

A : มันเป็นความ “เชื่อ” ที่เก่ามากแล้วนะครับ ….. สมัยก่อนเชื่อว่ามันจะไหล จะกระจาย นั่นโน่นนี่ แต่ปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่ามันไม่จริงครับ ปัจจุบันเเทบไม่มีกฏใดๆเลย ไม่ว่าจะห้ามทานเหล้า ให้เคี้ยวหมากฝรั่ง …. ไม่จริงทั้งนั้นครับ  …มัน โบราณ ไปแล้ว

แค่แนะนำว่าควรเลี่ยงอะไรร้อนๆ พวก สตรีม เซาว์น่า น้ำร้อน เพราะจะทำให้ช้ำง่ายและอาจทำให้การฉีดโบทอกซ์แบบผิวๆออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเท่านั้นครับ


Q : โบทอกเเบบผง ต่างกับ โบทอก เเบบสูญญากาศ ยังไง?

A : โบทอกที่ผ่านการฆ่าเชื้อนั้น มันถูกทำเป็นผงเล็กๆเเล้วเก็บในขวดเสตอไรซ์ สูญญากาศอยู่เเล้วครับผม  ไม่มีเเบบโบทอกสูญญากาศ ดีกว่า โบทอกเเบบผง อะไรเลยครับ โฆษณาโม้ทั้งนั้น ผมเคยได้ยินครับ ของเราใช้เเบบสูญญากาศเท่านั้น …..เอ่อ ผมจะบอกครับว่ายาใส่ขวดเเบบฉีดทุกอันเขาสูญญากาศหมดล่ะครับ เพราะฉะนั้นอย่าไปหลงเชื่อว่าเเบบผงหรือเเบบสูญญากาศให้รกสมองครับ มันเหมือนกับน้ำมันพืชน่ะครับ ชอบโฆษณาว่าไม่มีคอเรสเตอรอล  เเหม พืชที่ไหนจะมีคลอเรสเตอรอลครับผม


Q : ร้อยไหมใช้เเทน ฉีด โบทอกซ์ได้ไหม ทำไมบางที่เเนะนำร้อยไหมดีกว่า

A : สั้นๆง่ายๆครับ มีสถาบันโรงเรียนเเพทย์ชั้นนำ ย้ำว่า “ชั้นนำ” ไม่มีที่ไหนร้อยไหมเลย หรือจะโรงพยาบาลหกดาวทั้งหลายในเมืองไทยก็ไม่มีที่ไหนร้อยไหมเช่นกันครับ เพราะง่ายๆครับ มันไม่มีหลักฐานทางการเเพทย์เลยว่าร้อยไหมได้ประโยชน์ การที่ร้อยไหมเเล้วดูดี มาจากาารบวมน้ำชั่วคราวครับผมมันเลยดูตึงเเน่นเรียบ  ครับ

ไหมรับมาเส้นละ 40-80 บาทเท่านั้นนะครับ ต้นทุนมันต่ำ เลยกำไรง่ายครับ

นี่สมาคมเเพทย์ผิวหนัง บรรดาศาสตราจารย์ทางการเเพทย์ก็ออกมาเตือนมาพูดเรื่องร้อยไหมกันเเล้วครับ ลองไตรตรองกันดูเองครับ ว่าคุณจะเชื่อคลินิคทั่วๆไปหรือจะเชื่อระดับศาสตราจารย์อาจารย์เเพทย์ครับ

ร้อยไหม…ไขความจริง ตัดลอกมาจาก
http://www.surgery.or.th/index.php?msg_id=15
สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย


Q : สรุปว่าเลือก BoNt ยี่ห้อหรือประเทศไหนดี?

A : ง่ายครับ ในประสบการณ์ของผม ความแรงของอเมริกาหรือญี่ปุ่น น่าจะดีกว่าในกรณีต้องการลดขนาดหรือลดการทำงานของกล้ามเนื้อ แต่ใช้กับพวกหน้ามีไขมันมากๆไม่ค่อยเห็นชัดเจน  แต่ถ้าต้องการเทคนิคใหม่ๆในการปรับเปลี่ยนรูปหน้า ลดไขมัน แล้วยังใช้กับส่วนต่างๆของร่างกายที่ไม่ใช่หน้า(เช่น แขน เอว เต้านม) รวมถึงการ ดึงหน้า ของอังกฤษและเกาหลีน่าจะดีกว่าครับ

ดังนั้นเลิกความเชื่อในการยึดติดยี่ห้อเพราะแต่ละยี่ห้อมีความสามารถที่แตกต่างกัน ดีหรือไม่ดีบอกไม่ได้ขึ้นกับวัตถุประสงค์การใช้  แต่เลือกที่ 1.จุดประสงค์ในการรักษาของคุณ รวมถึง 2.การเลือกแพทย์ที่ทำการรักษานั้นสำคัญมากกว่าเลือกยี่ห้อเยอะครับ โดยเฉพาะแพทย์ที่สามารถฉีดโบท็อกซ์ได้ทั้งเทคนิคแบบบเดิมและเทคนิคใหม่ครับ

อ้างอิง
-ASFAP. S. the ASAPS 2002 Statistics on Cosmetic Surgery. American Society for Aesthetic Plastic Surgery. 2002.
-Adler M, Keller JE, Baskin S, Salem H, Filbert MG, Romano J. Promising new approaches for treatment of botulinum intoxication. Journal of Applied Toxicology. DEC
1999;19:S3-S4.
-New Technique of botulinum toxin Conference 2010 by Dr. Young Seab Lee.


Q : พอดีไปฉีด botox มาแล้ว”ไม่ชอบ” ทำให้ตาแข็ง ยิ้มแล้วตาไม่ไปด้วย ดูไม่ธรรมชาติมากๆ ทางคลีนิคบอกว่าสามารถใช้ RF ช่วยให้มันดีขึ้น จริงหรือไม่ แล้วมีวิธีไหนช่วยให้ botox คลายตัวเร็วขึ้นอีกไหม?

A : อย่างนี้ครับ ในการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซินแล้วเกิดการเเข็งนั้น มีองค์ประกอบหลายๆอย่างครับ ทั้งเทคนิคการฉีดที่กำหนดระยะต่อจุด การฉีดปริมาณมากเกินไป ฯลฯ

โดยทั่วไปการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน เเล้วเกิดการผิดปกติ เช่น หนังตาตกนั้น มีการเเก้ไขด้วยการใช้ยากลุ่ม anticholinesterase

ส่วนในการเเก้ ส่วนการฉีดเเล้วมีการออกฤทธิ์มากเกินไปนั้น สามารถเเก้หรือลดผลข้างเคียงอันนี้ได้โดยการทำให้   โบทูลินั่ม ท็อกซิน ที่ฉีดเข้าไปออกฤทธิ์ได้ไม่ดีในช่วงสัปดาห์เเรก เช่นการทำให้ตำแหน่งที่ฉีดเกิดความร้อนโดยใช้คลื่นเสียง เช่นในกรณีนี้คือ RF ก็สามารถช่วยลดทอนฤทธิ์ได้ครับ หรือเเม้เเต่การนวดตำเเหน่งนั้นมากๆก็สามารถช่วยลดทอนฤทธิ์ได้ แต่ขึ้นกับระยะเวลา เป็นหลักครับ

อนึ่ง ผมถึงเเนะนำเทคนิคการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเเบบใหม่ข้างต้น เพราะสามารถลดผลข้างเคียงการเกิดอาการการเเข็งได้ครับ เพราะไม่ได้ออกฤทธิ์เเบบบเดิมๆคือลดการทำงานเเต่ใช้หลักการเเทนที่เเละดึงแทนครับ

เเต่สิ่งสำคัญของการฉีดโบทอกซ์คือคนฉีดหรือเเพทย์นะครับ ในหนังสือพิมพ์ผลข้างเคียงจากการฉีดอะไรต่างๆล้วนเกิดจาก การฉีดโดยเเพทย์หรือ เเพทย์ที่มีปัญหาที่รับฉีดตามรถตามคอนโดตนเอง หรือตามห้องน้ำยังมีเลย หรือบางคนนี่เป็นเดซลล์ขายโบทอกซ์เองด้วยซ้ำ  เเล้วคุณจะไว้ใจการฉีดจากบุคคลประเภทนี้ได้หรือครับ อย่าประหยัดเห็นเเก่เงินเเค่ไม่กี่ร้อยหรือพันบาท เพราะไม่มีทางที่คุณจะเจอเเพทย์ฝีมือดีๆตามเเหล่งเหล่านี้ครับ

​ ดังนั้น ถ้าคลินิคหรือ โรงพยาบาลเชื่อถือได้ มีเครื่องเลเซอร์ หรือยา หรือเทคนิคใดๆที่ได้รับการยอมรับว่ารักษาได้จริง โดยเฉพาะเเพทย์ที่ทำไว้ใจได้ ผมว่ามันก็ไม่ยากที่คุณจะลบริ้วรอยปรับรูปหน้านั้นๆออกจากส่วนที่คุณไม่ต้องการได้ครับ เพราะเเม้ว่าคลินิคจะใหญ่โตมีงบโฆษณามากมาย มีเครื่องเลเซอร์ดีๆ ยาดีๆ เทคนิคใหม่ๆ เเต่ถ้าเเพทย์ทำไม่เป็น หรือมุ่งเเต่ขายของมากกว่ารักษา ดูเเต่ที่เงินคนไข้เเต่ไม่ดูที่ลักษณะผิวหน้าที่จะรักษา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ  ผมถึงบอกว่าเวลาผมไม่สบายเเล้วผมมีเเพทย์ที่น่าเชื่อถือ ต่อให้ไกลเเค่ไหนผมก็จะไปหาครับ   

บทความที่เกี่ยวข้อง

โบท็อกกราม
โบท็อก

โบท็อกกรามใหญ่

โบท็อกกรามใหญ่ ปัจจุบัน การฉีดโบท็อกเพื่อลดขนาดกรามที่ใหญ่ หรือปรับรูปหน้าให้เล็กลง หรือดูคมมีมิติ เ

Read More »
BOTOX ยี่ห้อไหนดี และต่างกันยังไง อยากรู้ท่ีนี่มีคําตอบ
Scroll to top

© 2020 by AVELA Clinique. All rights reserved